ข่าวการศึกษา

การขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครูข้อที่ 2 ครูภาษาอังกฤษไม่ต่ำกว่า B1 วิชาอื่นๆไม่ต่ำกว่า A2

สารบัญ

การขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครูข้อที่ 2 ครูภาษาอังกฤษไม่ต่ำกว่า B1 วิชาอื่นๆไม่ต่ำกว่า A2

วันนี้ได้มีการประชุม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ  ครั้งที่ 1/2564  วันที่ 11 พฤษภาคม 2564  ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2  โดยท่านอัมพร พินะสา  เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  เรื่อง การนำนโยบายสู่การปฏิบัติ มีหัวข้อเรื่องในนโยบายทั้ง 11 ข้อที่หน่วยงานทางการศึกษาทุกหน่วยงานต้องรับทราบและจะต้องดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 – 2565  แต่บทความนี้แอดมินจะมานำเสนอ  นโยบายข้อที่ 2 ก่อนเรื่องการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ให้มีสมรรถนะทางภาษาและดิจิทัล (อ่านนโยบายข้ออื่นๆ สไลด์การนำนโยบายรัฐมนตรี ศธ. 11 ข้อสู่การปฏิบัติ )

การขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครูข้อที่ 2 ครูภาษาอังกฤษไม่ต่ำกว่า B1 วิชาอื่นๆไม่ต่ำกว่า A2

จะเห็นได้ว่าในสไลด์จะบอกไว้เลยว่า ครูสอนวิชาอื่นๆและบุคลากรทางการศึกษาไม่ต่ำกว่า A2 ครูสอนวิชาภาษาอังกฤษไม่ต่ำกว่า  B1  ครูผู้สอนภาษาจีน ไม่ต่ำกว่า HSK 4  รวมถึงทักษะพื้นฐานด้านดิจิทัลของครูก็มีตั้งแต่ DC1 – DC 7  เป้าหมายการพัฒนาของ สพฐ.จะเริ่มจาก

การขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครูข้อที่ 2 ครูภาษาอังกฤษไม่ต่ำกว่า B1 วิชาอื่นๆไม่ต่ำกว่า A2

สพฐ. พัฒนาผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา และศึกษานิเทศก์
– ผู้บริหารการศึกษา 900 คน
– ผู้บริหารสถานศึกษา 5,420 คน
– ศึกษานิเทศก์ 2,500 คน
– ครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษ 30,000 คน
– ครูผู้สอนวิชาคอมพิวเตอร์ 10,000 คน
– ครูผู้สอนวิชาอื่น ๆ 320,000 คน

โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจะทำการ
– พัฒนาทักษะภาษาฯ (Onsite) ผ่าน ศูนย์ HCEC 185 ศูนย์
ศูนย์ละ 500-600 คน เพื่อให้บุคลากรทางการศึกษา ไม่ต่ำกว่า A2

ส่วนในโรงเรียนบุคลากรทุกคนต้องมีทักษะดังนี้  ครูสอนวิชาอื่นๆ ไม่ต่ำกว่า A2 ครูสอนวิชาภาษาอังกฤษไม่ต่ำกว่า B1

ซึ่งในบทความนี้เราจะมาไล่เรียงระดับของภาษาอังกฤษแต่ละระดับ LEVEL นั้นต้องมีความสามารถอะไร ลองอ่านเนื้อหาด้านล่างครับ

ตามที่ทางกระทรวงศึกษาธิการได้ออกนโยบายถึงการกำหนดเกณฑ์ให้ทั้งครูและนักเรียนทุกคนต้องผ่านการสอบวัดทักษะภาษาอังกฤษ โดยอ้างอิงมาตรฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษที่เป็นสากลอย่าง CEFR นั้น ในครั้งนี้ เรามาทำความรู้จัก CEFR ว่าคืออะไร มีเกณฑ์การวัดอย่างไร

CEFR คืออะไร?

CEFR มีชื่อเต็มว่า Common European Framework of Reference for Languages (บางครั้งอาจเห็นชื่อย่อ CEF, CEFRL ด้วยเช่นกัน) เป็นมาตรฐานสากลที่สหภาพยุโรปจัดทำขึ้นใช้วัดระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษทั้ง 4 ทักษะ ฟัง พูด อ่าน เขียน โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม 6 ระดับตั้งแต่พื้นฐานไปถึงสูงสุด คือ A1, A2, B1, B2, C1, C2

ระดับความสามารถทักษะภาษาอังกฤษ CEFR ของแต่ละระดับ

CEFR Level

ความสามารถทางภาษา

Proficient User

C2

 – สามารถเข้าใจเรื่องที่ฟังหรืออ่านได้อย่างง่ายดาย

– สามารถสรุปข้อมูลจากแหล่งที่มาต่าง ๆ สร้างข้อโต้แย้งและใช้ในการนำเสนอที่สอดคล้องกันได้

– สามารถแสดงออกและสื่อสารได้อย่างเป็นธรรมชาติ คล่องแคล่ว และแม่นยำ สามารถแยกแยะความหมายที่ใกล้เคียงกันของสถานการณ์ที่มีความซับซ้อนได้

C1

 – สามารถเข้าใจความต้องการที่หลากหลาย, ข้อความที่ยาวขึ้น และตระหนักถึงความหมายโดยนัย

– สามารถแสดงความคิดได้อย่างคล่องแคล่วและเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องใช้เวลามากนัก

– สามารถใช้ภาษาได้อย่างยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพเพื่อวัตถุประสงค์ทางสังคม วิชาการ และด้านอาชีพ

– สามารถสร้างถ้อยคำที่ชัดเจน มีโครงสร้างที่ดี ให้รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องที่ซับซ้อน แสดงการใช้รูปแบบการสื่อสาร คำเชื่อมและการเชื่อมโยงได้

Independent User

B2

 – สามารถเข้าใจแนวคิดหลักของข้อความที่ซับซ้อนทั้งในหัวข้อที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม รวมถึงพูดคุยทางเทคนิคในเรื่องที่มีความเชี่ยวชาญได้

– สามารถโต้ตอบอย่างคล่องแคล่วและเป็นธรรมชาติกับเจ้าของภาษาโดยไม่มีความเคร่งเครียด

– สามารถสร้างถ้อยคำที่มีความละเอียดชัดเจนในหัวข้อที่หลากหลาย และอธิบายมุมมองเกี่ยวกับปัญหาเฉพาะที่มีทั้งข้อดีและข้อเสียได้

B1

 – สามารถเข้าใจจุดประสงค์หลักในเรื่องที่คุ้นพบเจอบ่อยในที่ทำงาน, โรงเรียน, เวลาว่าง เป็นต้น

– สามารถรับมือกับสถานการณ์ส่วนใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นในขณะที่เดินทางในสถานที่ต่าง ๆ ได้

– สามารถสื่อสารโดยเชื่อมโยงหัวข้อที่คุ้นเคยหรือเกี่ยวข้องกับความสนใจส่วนบุคคลได้

– สามารถอธิบายประสบการณ์และเหตุการณ์ ความฝัน ความหวังและความทะเยอทะยาน และให้เหตุผลสั้น ๆ รวมถึงสามารถอธิบายเกี่ยวกับความคิดเห็นและแผนการได้

Basic User

A2

 – สามารถเข้าใจประโยคและสำนวนที่ใช้บ่อยเกี่ยวกับสิ่งรอบตัว เช่น ข้อมูลพื้นฐานส่วนตัว, ข้อมูลครอบครัว, การซื้อของ, ภูมิศาสตร์ท้องถิ่น และการจ้างงาน ได้

– สามารถสื่อสารในเรื่องง่าย ๆ และเป็นกิจวัตรประจำวันได้ และแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่คุ้นเคยหรือทำเป็นประจำได้โดยตรง

– สามารถอธิบายประวัติของตัวเองอย่างง่าย ๆ สภาพแวดล้อมและประเด็นที่ต้องการได้ทันที

A1

 – สามารถเข้าใจและใช้สำนวนที่คุ้นเคยในชีวิตประจำวันได้ รวมถึงใช้ประโยคพื้นฐานเพื่อสื่อความต้องการที่เป็นรูปธรรมได้

– สามารถแนะนำตัวเองและคนอื่น ๆ ได้ พร้อมทั้งสามารถถาม-ตอบคำถามเกี่ยวกับรายละเอียดส่วนบุคคล เช่น ที่อยู่อาศัย, คนรู้จัก, ของที่มี ได้

– สามารถโต้ตอบง่าย ๆ กับผู้อื่นที่พูดช้า ๆ ชัดเจนได้ และพร้อมที่จะช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตาม CEFR ไม่ได้จัดการสอบเองโดยตรง แต่เป็นการเทียบคะแนนสอบจากการสอบวัดระดับทักษะภาษาอื่น ๆ อย่าง IELTS, TOEFL(iBT), TOEIC (4 ทักษะ)

การเทียบคะแนน CEFR กับการสอบอื่น ๆ

CEFR Level

Professional Pathway

IELTS

TOEFL (iBT)

TOEIC (4ทักษะ)

C1-C2

Advanced

6.5-7.0

94-101

945+

B2

Upper Intermediate

5.0-6.0+

61-80

785-945

B1

Intermediate

4.0-5.0

35-53

550-785

A2-B1

Pre Intermediate

3.0-4.5

35-53

550-785

A2

Elementary

2.0-3.0

30-31

225-550

A1

12-27

 

การวัดระดับทักษะภาษาอังกฤษสำหรับครูและนักเรียนไทย จะเทียบกับ 4 ระดับคือ A1 – B2 โดยเกณฑ์การวัดระดับทักษะภาษาอังกฤษ CEFR สำหรับครูและนักเรียนมีดังนี้

การวัดระดับทักษะภาษาอังกฤษ CEFR สำหรับครู
ครูที่ไม่ได้สอนภาษาอังกฤษ
– ระดับประถมศึกษา ต้องได้ระดับ A2 ขึ้นไป
– ระดับมัธยมศึกษา ต้องได้ระดับ A2 ขึ้นไป

ครูที่สอนภาษาอังกฤษ
– ระดับประถมศึกษา ต้องได้ระดับ B1 ขึ้นไป
– ระดับมัธยมศึกษา ต้องได้ระดับ B2 ขึ้นไป

เกณฑ์การวัดระดับทักษะภาษาอังกฤษ CEFR สำหรับนักเรียน
นักเรียนห้องปกติ
– ระดับชั้น ป.4 – ป.6 ต้องได้ A1 ขึ้นไป
– ระดับชั้น ม.1 – ม.3 ต้องได้ A2 ขึ้นไป
– ระดับชั้น ม.4 – ม.6 ต้องได้ B1 ขึ้นไป

นักเรียนห้องเรียนภาษาอังกฤษ
– ระดับชั้น ป.4 – ป.6 ต้องได้ A2 ขึ้นไป
– ระดับชั้น ม.1 – ม.3 ต้องได้ B1 ขึ้นไป
– ระดับชั้น ม.4 – ม.6 ต้องได้ B2 ขึ้นไป

แหล่งข้อมูล : ทรูปลูกปัญญา  URL : https://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/82208/-laneng-lan-

Back to top button