กฎหมายและระเบียบ

ระเบียบเนรเทศ พ.ศ. 2569 มีผลแล้ว 28 ส.ค. เปิด 6 กรณีต่างด้าวเข้าข่ายถูกเนรเทศ

ระเบียบเนรเทศ พ.ศ. 2569 มีผลแล้ว 28 ส.ค. เปิด 6 กรณีต่างด้าวเข้าข่ายถูกเนรเทศ

“ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569” มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2569 หลังเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐในการเนรเทศคนต่างด้าวให้ชัดเจน รวดเร็ว และเป็นระบบมากขึ้น

ระเบียบดังกล่าวลงนามโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 และเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนพิเศษ 205 ง ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2569 โดยกำหนดให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ คือ 28 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

ติดตามข่าวอื่น ๆ ได้ที่เพจ : https://www.facebook.com/rukkroo

รัฐบาลระบุว่า ประเทศไทยมีกฎหมายเกี่ยวกับการเนรเทศอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมา ยังขาดระเบียบปฏิบัติที่กำหนดรายละเอียดและการประสานงานระหว่างหน่วยงานอย่างชัดเจน จึงจัดทำระเบียบฉบับนี้เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

6 กรณีคนต่างด้าวที่อาจเข้าข่ายถูกเนรเทศ

ตามข้อมูลที่เผยแพร่โดยกรมประชาสัมพันธ์ ระเบียบฉบับใหม่กำหนดกรอบการดำเนินการกับคนต่างด้าวในลักษณะสำคัญ ได้แก่

  1. เข้ามาหรืออยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย
    เช่น ฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง
  2. ทำงานในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย
    ฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว
  3. ประกอบธุรกิจในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย
    ฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
  4. ปลอมเอกสารราชการ หรือใช้เอกสารราชการปลอม
  5. กระทำความผิดอาญาที่เข้าเกณฑ์ตามระเบียบ
    ข้อมูลกรมประชาสัมพันธ์ที่สรุปจากฉบับประกาศจริงระบุถึงความผิดที่มี โทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป
  6. เป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน
    ในการกระทำความผิดตามกรณีที่ระเบียบกำหนด

นอกจากนี้ ระเบียบยังครอบคลุมการพิจารณากรณีที่มีพฤติการณ์กระทบต่อ ความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี หรือความผาสุกของประชาชน ด้วย

ขั้นตอนการเนรเทศดำเนินการอย่างไร

ระเบียบกำหนดกระบวนการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานเชื่อมโยงกัน โดยมีขั้นตอนสำคัญดังนี้

1. แจ้งข้อมูลก่อนปล่อยตัวจากเรือนจำ

กรมราชทัณฑ์ต้องแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับคนต่างด้าว เช่น รายชื่อ สัญชาติ สำนวนคดี หรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ไปยังปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือผู้ได้รับมอบหมาย ก่อนปล่อยตัวไม่น้อยกว่า 15 วัน เพื่อให้สามารถเตรียมดำเนินการตามขั้นตอนเนรเทศต่อได้

2. เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือผู้ได้รับมอบหมายจะพิจารณาข้อมูล และรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อพิจารณาออกคำสั่งเนรเทศโดยไม่ชักช้า

3. พิจารณาออกคำสั่งเนรเทศ

การออกคำสั่งต้องพิจารณาตามกฎหมาย ระเบียบ มติคณะรัฐมนตรี ตลอดจนพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่ ไม่ใช่การเนรเทศโดยอัตโนมัติทุกกรณี

4. ส่งตัวออกนอกราชอาณาจักร

เมื่อมีคำสั่งเนรเทศ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการส่งบุคคลดังกล่าวกลับไปยังประเทศที่มีสัญชาติ หรือดำเนินการตามหลักเกณฑ์กรณีไม่มีสัญชาติแน่นอนหรือมีประเทศที่สามรับตัว

รัฐบาลตั้งเป้าเร่งส่งกลับ ลดการกักตัวนาน

รัฐบาลระบุว่า เมื่อมีคำสั่งเนรเทศแล้ว หากผู้ถูกเนรเทศไม่มีเงินสำหรับค่าเดินทาง รัฐสามารถพิจารณาใช้งบประมาณสำหรับการส่งกลับได้ตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด โดยได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง

รัฐบาลยังระบุเป้าหมายให้ดำเนินการส่งกลับ ภายใน 30 วันนับแต่มีคำสั่งเนรเทศ เพื่อลดระยะเวลาการควบคุมตัว รวมถึงภาระค่าอาหาร สุขภาพ เสื้อผ้า และค่าใช้จ่ายด้านอื่นของรัฐ

ถ้ากลับประเทศต้นทางไม่ได้ทำอย่างไร

ระเบียบมีแนวทางรองรับกรณีที่ผู้ต้องคำสั่งเนรเทศ

  • ไม่มีสัญชาติแน่นอน
  • ไม่สามารถกลับประเทศต้นทางได้
  • หรือมีความเสี่ยงต่อการถูกทรมานหรือการปฏิบัติที่ไร้มนุษยธรรม

โดยประเทศที่สามหรือองค์การระหว่างประเทศอาจร้องขอรับตัวได้ตามขั้นตอนและเงื่อนไขที่กำหนด

ระเบียบใหม่ไม่ได้หมายถึง “จับต่างชาติแล้วเนรเทศทันที”

ประเด็นที่ควรทำความเข้าใจคือ ระเบียบฉบับนี้เป็น ระเบียบปฏิบัติราชการ ที่จัดระบบว่าหน่วยงานใดต้องทำอะไรและประสานงานกันอย่างไร

ไม่ได้หมายความว่า คนต่างด้าวทุกคนที่กระทำผิดจะถูกนำตัวออกนอกประเทศไทยทันทีโดยไม่มีการพิจารณา แต่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ขั้นตอน และอำนาจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงคำนึงถึงพันธกรณีระหว่างประเทศของไทยด้วย

สรุปสาระสำคัญ ระเบียบเนรเทศ 2569

มีผลบังคับใช้: 28 สิงหาคม 2569
เผยแพร่ราชกิจจานุเบกษา: 27 สิงหาคม 2569
ลงนาม: นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
เป้าหมาย: ทำให้ขั้นตอนเนรเทศชัดเจน รวดเร็ว และเชื่อมข้อมูลระหว่างหน่วยงาน
แจ้งข้อมูลก่อนปล่อยตัว: ไม่น้อยกว่า 15 วัน
รัฐบาลตั้งเป้าส่งกลับหลังมีคำสั่ง: ภายใน 30 วัน

หมายเหตุสำคัญเรื่อง “3 ปี หรือ 5 ปี”

จากการตรวจสอบข้อมูลพบ ความแตกต่างระหว่างแหล่งข้อมูลของรัฐ

ข่าวจากทำเนียบรัฐบาลวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ระบุกรณีความผิดที่มี โทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ขณะที่ข้อมูลกรมประชาสัมพันธ์ซึ่งระบุรายละเอียดจากราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนพิเศษ 205 ง ระบุ โทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป

สำหรับการอ้างอิงทางกฎหมายหรือดำเนินการในกรณีจริง ควรยึด ข้อความในระเบียบฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นหลัก

Back to top button