ข่าวการศึกษา

ก.ค.ศ.เห็นชอบหลักเกณฑ์ฯ คัดเลือกผู้อำนวยการ/รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 4/2565 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2565 โดยนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม และ รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นเลขานุการการประชุม

ก.ค.ศ.เห็นชอบหลักเกณฑ์ฯ คัดเลือกผู้อำนวยการ/รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ใช้สำหรับการคัดเลือกฯ ในทุกพื้นที่ คุณสมบัติตามมาตรฐานตำแหน่ง ว 3/2564 มีบัญชีเดียว ไม่แยก สพป./สพม. ต้องได้คะแนน ภาค ก ข ค แต่ละภาคไม่ต่ำกว่า 50% คะแนนรวมไม่ต่ำกว่า 60% โดยให้นำคะแนนทั้ง 3 ภาค มารวมกัน ขึ้นบัญชี 2 ปี ประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติหน้าที่ 1 ปี

ที่ประชุมได้เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

 

สืบเนื่องจาก ก.ค.ศ. ได้กำหนดมาตรฐานตำแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใหม่ และมีผลบังคับใช้ทันที ส่งผลให้คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งของตำแหน่งต่าง ๆ ในแต่ละสายงานเปลี่ยนไป ประกอบกับบริบทต่าง ๆ ในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไป

สำนักงาน ก.ค.ศ. จึงดำเนินการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกฯ ให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพบริบทในปัจจุบัน สามารถคัดเลือกผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ที่มีความรู้ความสามารถ ตรงตามคุณลักษณะงานตามมาตรฐานตำแหน่ง มีทักษะ และศักยภาพในการขับเคลื่อนการบริหารงานบุคคลในเขตพื้นที่การศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศ โดยสรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

  • หลักเกณฑ์และวิธีการฯ ที่ปรับปรุงในครั้งนี้ ใช้สำหรับการคัดเลือกฯ ในทุกพื้นที่ โดยกำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือกฯ ให้เป็นไปตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ตามมาตรฐานตำแหน่งฯ ตาม ว 3/2564 และมีบัญชีเดียวไม่แยกเป็นบัญชี สพป. และ สพม. ซึ่งผู้บริหารต้องสามารถขับเคลื่อนนโยบายในการบริหารจัดการศึกษาได้ทุกระดับและทุกพื้นที่
  • หลักสูตรการคัดเลือก ควรกำหนดให้มี 3 ภาค เช่นเดิม ได้แก่
    ภาค ก ความรู้เกี่ยวกับการบริหารงานในหน้าที่ และความสามารถในการวิเคราะห์กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานและการนำไปใช้ (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) ประกอบด้วย 2 วิชา คือ
    – วิชาความรู้เกี่ยวกับการบริหารงานในหน้าที่ (คะแนน 50 คะแนน)
    – วิชาความสามารถในการวิเคราะห์กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานและการนำไปใช้ ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน (คะแนน 50 คะแนน)
    ภาค ข ความสามารถทางการบริหาร (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) ตามองค์ประกอบการประเมิน ดังนี้
    – ประวัติและประสบการณ์ทางการบริหาร (คะแนน 50 คะแนน)
    – ผลงาน (คะแนน 50 คะแนน)
              ภาค ค ความเหมาะสมกับตแหน่ง (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)ตามองค์ประกอบ ดังนี้
    – วิสัยทัศน์และแนวทางการพัฒนา เขตพื้นที่การศึกษา (คะแนน 50 คะแนน)
    – สัมภาษณ์ (คะแนน 50 คะแนน)
    – เกณฑ์การตัดสิน  ผู้ผ่านการคัดเลือก ภาค ก ต้องได้คะแนน ไม่ต่ำกว่าร้อยละห้าสิบ จึงจะมีสิทธิเข้ารับการประเมิน ภาค ข และ ภาค ค และผู้ได้รับการคัดเลือก ต้องได้คะแนน ภาค ก ภาค ข และ ภาค ค แต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละห้าสิบ และต้องได้คะแนนรวมไม่ต่ำกว่าร้อยละหกสิบ โดยให้นำคะแนนทั้ง 3 ภาค มารวมกัน เพื่อให้ได้ผู้บริหารการศึกษาที่มีคุณภาพ มีความรู้ ความสามารถ ทักษะ มีประสบการณ์ และศักยภาพ สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาให้มีประสิทธิภาพนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
  • การขึ้นบัญชี กำหนดให้มีอายุ 2 ปี
  • การบรรจุและแต่งตั้ง ผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบตามมาตรฐานตำแหน่ง และจะต้องประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติหน้าที่ เป็นระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง
  • การพัฒนาผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งฯ ให้เป็นไปตามที่ส่วนราชการกำหนด

ที่มา : ศธ 360 องศา

Back to top button